Wisdom of the Body — developing depth and sustainability in self-practice

8-10 September, 2023
at Kalm Village, Chiang Mai, Thailand
Booking

3-day Ashtanga Workshop โดยครูนว จาก Ashtanga Samasthiti
8-10 September, 2023

“เป็นการฝึกสำหรับทุกร่างกายและจิตใจ เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกัน” 
— Matthew Sweeney

เวิร์คช็อปโยคะ Ashtanga นี้ ครูนวตั้งใจจะมาแบ่งปันเครื่องมือที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ฝึก สามารถฝึกได้อย่างยั่งยืน (โดยเฉพาะต่อร่างกายของตนเอง) และลงลึกกับการฝึกได้มากขึ้น ผ่านการเรียนรู้พื้นฐานของปราณายามะ (pranayama) การฝึกท่าไหว้พระจันทร์ (Chandra Krama) ฝึกอาสนะเชิงบำบัด และการตระหนักรู้ร่างกาย ควบคู่ไปกับการฝึก mysore ด้วย

เวิร์คช็อปนี้จะมีการฝึกภาคเช้าและภาคบ่ายด้วยกัน 3 วัน และมีอาหารกลางวันแนว slow food โดยแอน จากรถชำเปลี่ยนโลก/สตูดิโอห่อจยาม่าด้วย

ตารางกิจกรรม

8 กันยายน
– 9.30 – 11.00 Ashtanga Mysore (950 ฿)
– 14.00 – 16.00 พื้นฐานปราณยามะ และ Chandra Krama (1,250 ฿)

(Chandra Krama ถูกคิดค้นขึ้นเผื่อมาช่วยทำให้การฝึกโยคะมีความสมดุลมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เน้นการฝึกโยคะแบบ dynamic อย่าง Primary Series ของ Ashtanga ถึงแม้ว่าจะเป็นท่าที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการฝึกหลัก การฝึก Chandra Krama ยังช่วยให้ผู้ฝึกได้สร้างสมดุลในทุกๆ ด้านของโยคะ ผ่านหลักสากลบางอย่าง เช่นการมีสติอยู่กับปัจจุบัน การทำสมาธิ และการฝึกเชิงบำบัดที่มีการปรับให้เข้ากับร่างกายของตน ความนุ่มนวล ลื่นไหล เบาสบายและสง่างาม เป็นหนึ่งในหัวใจหลักของการฝึก Chandra Krama - Matthew Sweeney)

9 กันยายน
– 9.30 – 11.00 Ashtanga Mysore (950 ฿)
– 14.00 – 16.00 ความยั่งยืน ความเป็นไปได้ แล้วความมั่นคงในการฝึกอาสนะ (1,250 ฿)

ความยั่งยืน ความเป็นไปได้ แล้วความมั่นคงในการฝึกอาสนะ เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงในการปฏิบัติ เราจะเริ่มต้นด้วยการสำรวจแนวคิดของ "atha yoga anushasanam" และความเกี่ยวข้องของมันกับผู้ปฏิบัติแต่ละคน เป้าหมายหลักของเรา คือการออกแบบการฝึกปฏิบัติโยคะ ที่สอดคล้องกับกับความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล ผ่านการศึกษารายละเอียดของการฝึกปราณยมะ ทำความเข้าใจการลักษณะเฉพาะของร่างกายของผู้ฝึกแต่ละคน และคำนึงถึงธรรมชาติของอาสนะหลักต่างๆ เราตั้งใจที่จะแนะนำแนวทางที่จะพาไปสู่การพัฒนาและเข้าถึงความลึกซึ้งของศาสตร์โยคะซึ่งมากับการฝึกระยะยาว การปรับการฝึกให้เข้ากับตัวผู้ฝึกแต่ละคนนี้เอง ที่จะเป็นเครื่องมือมาช่วยสนับสนุนและพัฒนาตนเองต่อไป

10 กันยายน
– 9.30 – 11.00 Lion Cub / Marjara Krama (1,250 ฿)
– 12.00 – 14.00 Special Food Workshop from p’Ann (250 ฿)

เป็นการฝึกแนวบำบัดที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว (range of motion) และฝึกฝนการรับรู้ของร่างกาย ผู้ฝึกจะได้เรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์ (props) ต่างๆ เพื่อช่วยให้เข้าถึงการฝึกได้อย่างลึกซึ้งขึ้น ผ่านการเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายและพัฒนาความสามารถในการรับรู้ร่างกายของตนให้เพิ่มมากขึ้น

Attend all class – 15% discount from 5,900 to 4,800 ฿,
plus Food Workshop

Attend 2 classes or more – 10% discount

* สำหรับผู้ฝึกที่เข้าร่วมทุกคลาสจะได้รับ Lunch Box และเข้าร่วม Food Workshop (มื้อเที่ยงวันอาทิตย์ที่ ๑๐) จากพี่แอน ศศิธร คำฤทธิ์, Local Food Activist นักขับเคลื่อนคนสำคัญที่ส่งต่อวัตถุดิบล้ำค่าจากชนเผ่าถึงมือเชฟแถวหน้า

* Yoga Workshop ครั้งนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการฝึกโยคะตามหลักการของ Ashtanga ในทุกระดับ

สุขภาพที่ดี

ร่างกายมนุษย์นั้นทำงานอย่างเชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศน์ ไม่ต่างอะไรจากระบบนิเวศน์ในธรรมชาติเลย การมีสุขภาพที่ดี จึงไม่ใช่การดูแลเฉพาะส่วนใดส่วนหนึงของร่างกาย แต่จะต้องดูแลทุกๆ ระบบไปด้วยกัน

การดูแลรักษาสุขภาพผ่านการฝึกโยคะนั้น เราทำงานทั้งกับร่างกายและจิตใจ ผ่านการฝึกฝนอาสนะ สมาธิ และการเรียนรู้หลักปรัชญาโยคะ เราเชื่อว่าหากผู้ฝึกมีความมุ่งมั่นตั้งใจฝึกฝนแล้วนั้น ศาสตร์นี้จะช่วยนำให้เราให้ได้เข้าถึงปัญญาจากภายในได้ 

เราจึงตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่แห่งการฝึกฝนและเรียนรู้ศาสตร์โยคะ ที่เน้นการฝึกทั้งฐานกายและฐานจิต เพื่อที่จะสามารถนำการฝึกบนเสื่อโยคะ ออกมาฝึกฝนต่อในชีวิตประจำวัน ให้ผู้ฝึกได้มีเครื่องมือในการดูแลรักษาร่างกายและจิตใจของตนให้แข็งแรง และสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระได้มากที่สุดนั่นเอง

เครื่องนุ่งห่ม

ถ้าหากว่าเสื้อแต่ละตัว ก็มีชีวิตไม่ต่างจากผู้ที่สวมใส่...

ถ้าเสื้อผ้าที่เราสวมใส่กันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพียงความจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์ หรืองานศิลปะชิ้นงามที่เอาไว้ประดับร่างกาย แต่มันคือชีวิตและเรื่องราว คือเครื่องมือที่ช่วยสะท้อนภูมิปัญญาและความหลากหลายทางชีวภาพของท้องถิ่นนั้นๆ ล่ะ

มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะจินตนากาถึงภาพเหล่านี้ ในวันที่สิ่งของรอบตัวเรามาจากเครื่องจักรกลและโรงงานขนาดใหญ่ การเสื้อผ้าที่ถูกผลิตขึ้นอย่างรวดเร็วในจำนวนมหาศาลนั้นเป็นเรื่องธรรมดา จนหลายคนอาจจะหลงลืมไป หรือไม่มีไม่แต่โอกาสได้เรียนรู้ถึงวิถีการผลิตเสื้อผ้าแบบดั้งเดิม ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวและภูมิปัญญาเก่าแก่ที่ถูงส่งทอดกันมา ทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ 

จากดอกฝ้ายนุ่มฟูที่ถูกนำมาปั่นกลายเป็นเส้นใย ผ่านการย้อมสีจากพืชพรรณธรรมชาติหลากหลาย ก่อนนำมาถักทอ และตัดเย็บจนกลายเป็นเสื้อผ้าสักชิ้น ผ่านการเรียนรู้จากแม่ๆ ในหมู่บ้าน ที่ทำงานผ้าแบบดั้งเดิมกันมายาวนาน ขั้นตอนที่กินเวลาเหล่านี้ จะชวนเรามาสังเกต สำรวจ และทบทวนถึงคุณค่าของเวลาและความความเอาใจใส่ในแต่ละขั้นตอน และสิ่งที่เราได้รับจากการใช้ชีวิตอย่างควบคู่ไปกับวงจรของธรรมชาติ

ที่อยู่อาศัย

เคยลองสังเกตดูไหม ว่าพื้นที่รอบๆ ตัวเรา ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรามากน้อยแค่ไหน?
แล้วเราลืมไปหรือยัง ว่าเราก็มีส่วนในการร่วมออกแบบบ้านของตัวเองได้เหมือนกัน

ตั้งแต่วัสดุที่เลือกใช้ การออกแบบการใช้งาน การคำนึงถึงธรรมชาติและสภาพอากาศในพื้นที่อยู่อาศัย ไปจนถึงการออกแบบการใช้งานของพื้นที่ ล้วนแต่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต และความสัมพันธ์ของเรา ทั้งกับผู้ร่วมอยู่อาศัย และธรรมชาติรอบๆ ตัวทั้งนั้น เราเชื่อว่าการออกแบบพื้นที่ที่ดี จะช่วยสนับสนุนทั้งตัวผู้อยู่อาศัย และระบบนิเวศน์ภายในพื้นที่ ให้ได้เจริญเติบโตไปด้วยกันโดยไร้ซึ่งการเบียดเบียนกัน

ผ่านการเรียนรู้และเยี่ยมชมพื้นที่ที่ถูกออกแบบอย่างใส่ใจในความเป็นอยู่ที่ดี เราจะได้สัมผัสถึงความสำคัญของการออกแบบที่มีต่อชีวิตประจำวันของเรา ต่อการใช้พลังงาน ทรัพยากรทางธรรมชาติ และผลกระทบที่มีต่อพลังงานชีวิตของผู้อยู่อาศัย ประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจ และชวนให้เราหันกลับมาคิดทบทวนถึงการเปลี่ยนแปลงที่เราสามารถทำได้ ในพื้นที่และชีวิตประจำวันของตนเอง

อาหาร

เรื่องกินเรื่องใหญ่

แล้วเราให้ความสัมพันธ์กับมันมากพอแล้วหรือยัง?

ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ เพราะทุกสิ่งที่เราเลือกทานนั้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทั้งตนเองและสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เราเผลิญหน้ากันอยู่ในปัจจุบัน ทั้งเรื่องดิน น้ำ และสภาพอากาศที่แปรปรวนนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่วนหนึ่งก็มาจากการจัดการทรัพยากรอาหารอย่างไร้ประสิทธิภาพนั่นเอง

สำหรับเราแล้ว อาหารที่ดี จะต้องดีทั้งต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม 

การได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาที่ไปของอาหารบนจานนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งผ่านการเยี่ยมชม ทดลอง เปรียบเทียบ และสัมผัสผ่านประสบการณ์ตรง เราจึงอยากพาให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคได้มาเจอกัน เรียนรู้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน เผื่อนำมาสู่ความเข้าใจในที่มีที่ไปของอาหารที่เราทาน และสามารถตัดสินใจเลือกบริโภคอาหารต่างๆ ได้อย่างรอบคอบ และเบียดเบียนผู้อื่นให้น้อยที่สุด